วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของไอทีด้านบวกและด้านลบ

หมดกังวลกับเมมโมรี่เต็ม ด้วยตัวช่วยสุดเจ๋ง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการถ่ายรูปอาหารสวยๆ ทุกครั้งก่อนทาน ชอบถ่ายรูปตัวเอง ถ่ายคลิปวิดีโอสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเก็บบันทึกเป็นความทรงจำ และแน่นอนบางครั้งกล้องถ่ายรูปก็อาจไม่สามารถตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการได้เสมอไป
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน เป็นอุปกรณ์จำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกๆ คนขาดไม่ได้ แถมมีความสามารถช่วยอำนวยความสะดวกสบายได้หลากหลาย สามารถใช้แทนอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากมาย โดยคุณไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์อื่นๆ ให้เยอะแยะวุ่นวาย

เมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถถ่ายรูป อัดวีดีโอ ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ ทำให้ต้องมีเมมโมรี่ไว้รองรับการเก็บข้อมูลต่างๆ แน่นอนหากมือถือมีแต่ข้อมูลเต็มไปหมด แต่มีเมมโมรี่ไม่มากพอที่จะให้เก็บข้อมูล อาจส่งผลทำให้มือถือเกิดปัญหาได้ จะไปซื้อเมมโมรี่ที่มีความจุมากๆ ก็รู้สึกเสียดายเงิน เลยต้องคอยโอนถ่ายข้อมูลที่มีไปยังฐานเก็บข้อมูลอื่นอยู่ตลอดเวลา อยากดูก็ไม่สามารถดูได้ในทันที ทำให้รู้สึกเบื่อและหมดสนุกไป

แต่ความน่าเบื่อเหล่านี้จะหมดไป!! เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นช่วยจัดการแบบครบเครื่องที่มีชื่อว่า “DU Speed Booster” มาไว้ในเครื่อง แล้วให้แอปนี้ช่วยจัดการเคลียร์พื้นที่เมมโมรี่ แก้ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในมือถือ ปล่อยการจัดเก็บเป็นหน้าที่ของแอป ส่วนคุณมีหน้าที่ถ่ายรูป อัดวีดีโอ ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ สร้างความสนุกและสีสันให้ชีวิตต่อไป หมดกังวลได้เลยแหละ

ผลกระทบด้านบวก คือ สามารถช่วยเราแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่การจัดเก็บในมือถือของเราได้โดยหมดความกังวน และไม่ต้องคอยลบรูปหรือแอปเพราะบางที่เป็นการตัดสินใจที่ยากที่จะลบออก

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โครงงาน เรื่องเที่ยวถนนยมจินดากับฮี๊ฮ่า



                                                  http://heehathewalker.blogspot.com/


ประโยชน์ที่ได้รับ
              ได้รู้จักการทำงานร่วมกัน การตัดต่อวีดีโอและการใส่เอฟเฟคต่างๆ ขั้นตอนการทำโครงงานที่ถูกต้อง ได้ศึกษาเกี่ยวกับถนนยมจินดา เมืองเก่าของระยอง และจัดทำโครงงานขึ้นมาได้ทำให้เผยแพร่ให้คนอื่นได้รู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในถนนยมจินดา

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์จากเว็บ vcharkarn.com

ชื่อเว็บ: http://www.vcharkarn.com/project/662
ชื่อโครงการ ซอฟต์แวร์ uGuide ไกด์ส่วนตัวฉบับพกพา
ชื่อผู้ทำโครงงาน นายวทัญญู บุญครอบ,นายทศพล ล่องทอง,นางสาวดารินทร์ ยามาลี
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.ศุภชัย วรพจน์พิศุทธิ์
เนื้อหาสาระสำคัญ ปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปจับจ่ายซื้อของ พักผ่อน หรือนัดพบกัน ซึ่งห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่นั้นจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ลูกค้ามักสับสนเกี่ยวกับที่ตั้งของร้านค้าต่างๆดังนั้นเราจึงนำเสนอแนวทางของการประยุกต์โทรศัพท์มือถือให้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ทำให้ลูกค้ารับรู้ที่ตั้งของร้านค้า ได้รับข่าวสารของการส่งเสริมการขาย และค้นหาร้านค้าที่สนใจได้ โครงงานนี้เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์โมไบล์ที่ชื่อว่า “uGuide” ซึ่งประกอบด้วย 3 ฟังก์ชัน ได้แก่ ฟังก์ชัน Promotion สำหรับดึงข้อมูลของรายการส่งเสริมการขายภายในห้างสรรพสินค้าในรูปของข้อความสั้นๆ ฟังก์ชัน Browse สำหรับให้ลูกค้าค้นหาร้านค้าที่สนใจจากใน 12 หมวด และฟังก์ชัน QRCapture ทำหน้าที่แสดงข้อมูลของร้านค้าด้วยการอ่านบาร์โค้ด 2 มิติที่ติดอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์
โปรแกรมที่ใช้สร้าง ซอฟต์แวร์โมไบล์ที่ชื่อว่า “uGuide

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร์

.

1.การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้

– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย

2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม

3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข

4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต

5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ

6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด

ที่มา http://www.montfort.ac.th/mcs/dept/computer/computer/02139/02139.html

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558



การจำแนกสื่อการสอนตามคุณสมบัติ
ชัยยงค์ พรมวงศ์ (2523 : 112) ได้กล่าวไว้ว่า สื่อการสอนแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. วัสดุ (Materials) เป็นสื่อเล็กหรือสื่อเบา บางทีเรียกว่า Soft Ware สื่อประเภทนี้ผุพังได้ง่าย เช่น
- แผนภูมิ (Charts)
- แผนภาพ (Diagrams)
- ภาพถ่าย (Poster)
- โปสเตอร์ (Drawing) - ภาพเขียน (Drawing)
- ภาพโปร่งใส (Transparencies)
- ฟิล์มสตริป (Filmstrip)
- แถบเทปบันทึกภาพ (Video Tapes)
- เทปเสียง (Tapes) ฯลฯ

2. อุปกรณ์ (Equipment) เป็นสื่อใหญ่หรือหนัก บางทีเรียกว่า สื่อ Hardware สื่อประเภทนี้ได้แก่ 
- เครื่องฉายข้ามศีรษะ (Overhead Projectors)
- เครื่องฉายสไลค์ (Slide Projectors)
- เครื่องฉายภาพยนตร์ (Motion Picture Projectors)
- เครื่องเทปบันทึกเสียง (Tape Receivers)
- เครื่องรับวิทยุ (Radio Receivers)
- เครื่องรับโทรทัศน์ (Television Receivers)
3. วิธีการ เทคนิค หรือกิจกรรม (Method Technique or Activities) ได้แก่
- บทบาทสมมุติ (Role Playing)
- สถานการณ์จำลอง (Simulation)
- การสาธิต (Demonstration)
- การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips)
- การจัดนิทรรศการ (Exhibition)
- กระบะทราย (Sand Trays)

ที่มา http://reg.ksu.ac.th/teacher/sudatip/elearning_files/data2.html